ท้องฟ้ากับชั้นบรรยากาศโลกต่างกันหรือไม่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นเช่นไร?
Filed Under : กีฬาออนไลน์ by admin
พ.ย..14,2010ท้องฟ้า กับ ชั้นบรรยากาศ ของโลกนั้นคือสิ่งเดียวกัน สิ่งที่เราชาวแทงบอลออนไลน์เห็นว่าเป็นท้องฟ้านั้นก็เกิดจากแสงที่ส่องผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศชั้นต่างๆนั่นเอง ชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้นโลกมีอยู่หลายชั้นด้วยกัน โดยแบ่งจำแนกออกเป็นชั้นๆและคุณสมบัติต่างๆกันดังนี้
๑.ชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) เป็นชั้นบรรยากาศชั้นล่างสุดที่อยู่เหนือผิวโลกขึ้นไป ชื่อนี้มาจากภาษากรีกหมายถึงการหมุนเวียนปะปนผสมผสานกัน บรรยากาศชั้นนี้เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลอย่างเหนียวแน่น เพราะเป็นชั้นที่มีอากาศให้เราหายใจได้และอำนวยให้เราทำกิจกรรมต่างๆได้ความหนาของชั้นบรรยากาศของชั้นบรรยากาศชั้นนี้จะหนา ไม่เท่ากันบริเวณเส้นศูนย์สูตรจะมีความหนาของชั้นบรรยากาศประมาณ ๑๗ กิโลเมตร แต่ที่บริเวณขั้วโลกทั้งเหนือและใต้นั้นก็จะมีความหนาเพียง ๗ กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับความหนาแน่นของอากาศที่เราใช้หายใจหรือก๊าซต่างๆในบรรยากาศชั้นนี้ก็มีความหนาแน่นที่แตกต่างกันด้วย ตรงระดับใกล้พื้นผิวโลกจะมีความหนาแน่นมากและจะค่อยๆเบาบางลงไปเรื่อยๆในระดับที่สูงขึ้นไป ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนของก๊าซต่างๆในชั้นบรรยากาศชั้นนี้แปรเปลี่ยนปามสัดส่วนด้วยและในที่สูงๆขึ้นไปก็จะมีระดับอุณหภูมิที่ต่ำลงไปเรื่อยๆด้วยเช่นกัน
๒.ชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) ชั้นนี้เป็นชั้นที่อยู่ถัดขึ้นไปจากชั้นโพสเฟียร์ ความหนาของชั้นบรรยากาศนี้มีควานหนาจากระดับพื้นผิวโลกขึ้นไป ๕๐ กิโลเมตร ชั้นนี้เป็นชั้นสำคัญเพราะเป็นชั้นที่อยู่ของโอโซนซึ่งจะคอยดุซับรังสีอุลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์เอาไว้ โอโซนจึงมีหน้าที่สำคัญในการกรองรังสีที่จะตกสู่โลกโดยตรง และยังเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกและบรรยากาศในชั้นโทรโพสเฟียร์ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งต่างๆบนพื้นผิวโลกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย นอกจากนี้โอโซนยังสามารถแตกตัวกลายเป็นก๊าซออกซิเจนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้อีกด้วย ในชั้นนี้พบว่าจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าชั้น โทรโพสเฟียร์ เนื่องจากการดูด ซับความร้อนจากรังสีอุลตราไวโอเลตของโอโซน บรรยากาศในชั้นสตราโพสเฟียร์เครื่องบินไอพ่นต่างๆจึงมักไต่ขึ้นมาใช้เพดานบินอยู่ในบรรยากาศตอนล่างของชั้นนี้ เพื่อหลีกหนีสภาพอากาศที่แปรปรวนในชั้น โทรโพสเฟียร์
๓. ชั้นเมโซสเฟียร์ (Mesosphere) คำว่า “เมโซส (Mesos)” นี้เป็นภาษากรีกหมายถึง “ตรงกลาง” ชั้นบรรยากาศนี้จึงหมายถึงชั้นระดับกลางเป็นระดับที่ถัดขึ้นไปจากชั้น สตราโตสเฟียร์ ซึ่งอุกกาบาตหรือ สะเก็ดดาวต่างๆหากถูกแรงโน้มถ่วงดูดตกลงมายังโลก ก็จะเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของชั้น เมโซสเฟียร์ นี้ และจะถูกเผาไหม้ทำลายลงซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสลายไปในชั้นนี้เอง แต่บ้างก็อาจเล็ดลอดจากการเผาไหม้ทำลายจนสามารถตกลงสู่พื้นโลกได้ หากอุกกาบาตมีขนาดใหญ่มาก
๔. ชั้นเธอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) เป็นชั้นนอกสุดของชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกอยู่ อยู่ถัดขึ้นไปจากชั้น เมโซสเฟียร์ มีระดับสูงจากพื้นผิวโลกประมาณ ๖๙๐ กิโลเมตร ในชั้นนี้จะมีอุณหภูมิที่สูงมาก จึงถูกเรียกว่า “เธอร์โมส (Thermos)” ซึ่งเป็นภาษากรีกหมายถึง “ความร้อน” บรรยากาศชั้นนี้จะเป็นชั้นที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าเนื่องจากไนโตรเจนและออกซิเจนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นนี้จะดูดซับรังสีแกมมา (Gamma) และรังสี เอ็กซ์ (x-Ray) จากดวงอาทิตย์เอาไว้ แล้วแตกตัวออกเป็นไอออน (Ion) ล่องลอยอยู่ทั่วไป ชั้นบรรยากาศช่วงที่มีไอออน อย่างหนาแน่นนี้จะเรียกอีกอย่างว่า “ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere)” แสง “ออโรรา (Aurora)” หรือที่บ้านเราเรียกว่า “แสงเหนือ” ที่มักเห็นบริเวณขั้วโลกทั้งสองก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากรังสีดวงอาทิตย์ทำปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กโลก โดยเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศ เธอร์โมสเฟียร์ ชั้นนี้ยังเป็นชั้นที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนคลื่นวิทยุต่างๆได้ดีอีหกด้วย สัญญาณการสื่อสารโทรคมนาคมต่างๆจึงได้อาศัยชั้นบรรยากาศชั้นนี้ในการส่งคลื่นไปมา
๕. ชั้นเอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ในชั้นบรรยากาศนี้ จัดเป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่ภายนอกโลก ในบางแห่งจึงถือกันว่าชั้นเธอร์โมสเฟียร์ เป็นบรรยากาศชั้นสุดท้ายของโลก ชั้น เอ็กโซสเฟียร์ มีความสูงอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตรนับจากพื้นผิวโลก ในชั้นนี้แรงโน้มถ่วงของโลกจะมีเบาบางมากและจะเบาบางลงไปเรื่อยๆจนถึงไม่มีเลยในระดับที่สูงขึ้นมากๆวัตถุต่างๆที่อยู่ในระดับนี้จึงสามารถหลุด ออกไปจากแรงโน้มถ่วงของโลกเข้าสูงห้วงอวกาศนอกโลกได้ บรรยากาศชั้น เอ็กโซสเฟียร์ นี้จึงมักเป็นที่อยู่ของดาวเทียมดวงต่างๆที่ถูกส่งขึ้นไปโคจรอยู่โดยรอบโลกเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆกัน ดาวเทียมจึงไม่ถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงตกลงมา
นอกจากชั้นบรรยากาศของโลกจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันโลก ปรับสมดุลให้กับอุณหภูมิโลกเพื่อให้ชีวิตต่างๆอาศัยได้อย่างปกติสุขแล้ว โลกยังมีเกราะป้องกันตัวเองโดยอาศัยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากขั้วเหนือและขั้วใต้ของโลก โดยเมื่อพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของ “ลมสุริยะ (Solar Wind)” ที่ถูกแผ่ออกมาเมื่อปะทะเข้ากับโลก สนามแม่เหล็กโลกก็จะจับเอาอนุภาคต่างๆ ที่มีพลังงานสูงหรือรังสีที่มีความร้อนสูงไว้ไม่ให้ผ่านเข้ามาทำร้ายโลกได้โดยตรง อย่างไรก็ดีอนุภาคบางส่วนยังคงสามารถหลุดรอดมาได้ ซึ่งอนุภาคเหล่านี้ได้ทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศของโลกทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์แสงสีรูปร่างประหลาดเลื่อนตัวไปมาอยู่บริเวณขั้วโลกหรือที่เรียกว่าออโรรา ชั้นบรรยากาศของโลกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อโลก ทำให้โลกมีสภาวะที่สมบูรณ์และสมดุลจนทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นมาบนโลก ชั้นบรรยากาศต่างๆนี้ไม่ได้เกิดขึ้นฉับพลันพร้อมกับโลก แต่ค่อยๆเกดขึ้นเมื่อโลกค่อยๆปรับสภาพจนเกิดความสมดุล และบรรยากาศชั้นต่างๆจึงเริ่มถูกสร้างขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งกลายเป็นชั้นบรรยากาศที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากที่เป็นอยู่นี้ ชั้นบรรยากาศของโลกอาจแปรสภาวะไปต่างจากที่เป็นอยู่ขึ้นอยู่กับพื้นผิวโลกที่จะเป็นตัวแปรสำคัญทำให้สภาวะของชั้นบรรยากาศต่างๆที่เป็นอยู่นี้จะแปรเปลี่ยนไปอย่างไร ????
Tags :
VS