แฟนบอลทีมชาติอังกฤษ ส่อแววมีกำลังใจเชียร์ทีมรักในฟุตบอลโลกเพิ่มขึ้นอีกเยอะ หลัง เจ.พี.มอร์แกน บริษัทด้านการเงินชื่อดัง ฟันธง “สิงโตคำราม” จะได้ชูถ้วยแชมป์ที่แอฟริกาใต้ ขณะที่ สเปน ต้องอกหักเป็นรองแชมป์ เผยใช้ข้อมูลและตัวเลขต่างๆ มาคำนวนหาผลการแข่งขัน แต่ระบุ เป็นเพียงการคำนวนสนุกๆเพื่ออธิบายเทคนิคการทำงานของบรรดานักวิเคราะห์หุ้นเท่านั้น

เจ.พี. มอร์แกน บริษัทด้านการเงินชื่อดังระดับโลก เปิดเผยผลการคำนวนหาทีมแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ทีมชาติอังกฤษ จะยุติช่วงเวลา 44 ปีแห่งการรอคอย คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ ขณะที่ สเปน น่าจะเป็นได้แค่รองแชมป์เท่านั้น ส่วนอันดับ 3 จะตกเป็นของ ฮอลแลนด์ ขณะที่ บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย จะไปไม่ถึงดวงดาว เนื่องจากต้องเจอเส้นทางที่โหดกว่าคู่แข่ง
ทีมงานด้านการคำนวนตัวเลขของ เจ.พี. มอร์แกน เปิดเผยว่าพวกเขาใช้ข้อมูลต่างๆ อาทิ อันดับของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า), ผลการแข่งขันในอดีต รวมถึงบทวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละทีมจากทีมงาน ก่อนจะนำทุกอย่างมาคำนวนด้วยการใช้สูตรเพื่อวิเคราะห์ผลการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทการเงินชื่อดัง ได้เตือนแฟนบอลให้รับทราบเรื่องนี้แบบฟังหูไว้หู พร้อมระบุว่าการคำนวนหาทีมที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ชาวคาสิโนออนไลน์สามารถร่วมสนุกแทงบอลกับเราได้

นักเตะทีมชาติอังกฤษ 24 คน ได้ทำการเดินทางถึงแคมป์เก็บตัวอุ่นเครื่องเตรียมความพร้อมก่อนลงการทำศึกฟาดแข้งใน ฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย ในเมืองไอร์ดนิง ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย เรียบร้อยแล้ว คงขาดเพียง 5 ขุนพลทีมเชลซี ซึ่งจะเดินทางตามมาสมทบกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อเตรียมลุยในวันพรุ่งนี้ ขณะเดียวกัน แกเร็ธ แบร์รี กองกลางแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังต้องปักหลักอยู่ในอังกฤษอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บข้อเท้าที่ยังไม่หายดี ขุนพลทีมทรี ไลออนส์ จะปักหลักอยู่ที่ออสเตรีย ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม ก่อนบินกลับไปยังกรุงลอนดอน ลงอุ่นเครื่องกับเม็กซิโกในวันถัดไป หลังจากนั้นจะบินกลับมายังออสเตรียอีกครั้ง เพื่อทำการฝึกซ้อมในช่วงที่ 2 จนถึง 30 พฤษภาคม เมื่อวันที่11 พ.ค.ที่ผ่านมา ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือชาวอิตาเลี่ยนของทีมชาติอังกฤษ ได้สร้างความแปลกใจให้แฟนบอลกับการประกาศ 30 รายชื่อนักเตะที่ถูกเรียกเก็บตัวก่อนเดินทางไปแอฟริกา เมื่อ โจ โคล มิดฟิลด์แชมป์พรีเมียร์ เช่นเดียวกับ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ หัวหอกความเร็วสูงจากแอสตัน วิลลา และแกเรธ แบร์รี กองกลางเพื่อนร่วมทีม ที่ยังบาดเจ็บ
คนที่ถูกเรียกตัวมาแบบเซอร์ไพรซ์มี 4 คน นั่นคือ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ มิดฟิลด์แมนฯยูไนเต็ด ที่ไม่ได้เล่นทั้งฤดูกาล เจมี คาร์ราเกอร์ กองหลังลิเวอร์พูลที่เคยประกาศอำลาทีมชาติไปแล้ว และไมเคิล คาร์ริก ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในช่วง 7 นัดหลังสุดของแมนฯยูไนเต็ด ที่กลับมามีชื่อในโผเช่นกัน และ อดัม จอห์นสัน ที่เพิ่งเล่นพรีเมียร์ลีกแค่ครึ่งฤดูกาล
การกลับมาติดทีมชาติของคาราเกอร์ ทำให้กองหลังคนอื่นๆที่เคยอยู่ในข่าย ไม่ว่าจะเป็น โจเลน เลสค็อตต์, เวส บราวน์, ไมเคิล ดอว์สัน ,เวย์น บริดจ์ (บาดเจ็บ) และ แกรี เคฮิลล์ จึงถูกตัดชื่อทิ้ง
ส่วนนักเตะที่ยังบาดเจ็บที่มีชื่อ 30 คนสุดท้ายได้แก่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กัปตันทีม และ เลดลีย์ คิง กัปตันทีมสเปอร์ รวมทั้ง เวย์น รูนีย์ ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย
สำหรับ 30 นักเตะที่ คาเปลโล เรียกตัวให้ร่วมเดินทางไปฝึกซ้อมที่ออสเตรียเพื่อเตรียมอุ่นเครื่องกับ เม็กซิโก ในวันที่ 24 พฤษภาคม และกับ ญี่ปุ่น ที่เมืองกราซประเทศออสเตรียในอีก 6 วันถัดไป ตามรายงานของเดอะ ซัน ได้แก่
ผู้รักษาประตู – โจ ฮาร์ท (เบอร์มิงแฮม), โรเบิร์ต กรีน (เวสต์แฮม), เดวิด เจมส์ (ปอร์ทสมัธ), พอล โรบินสัน (แบล็คเบิร์น)
กองหลัง – เกล็น จอห์นสัน (ลิเวอร์พูล), ฟิล จากิลก้า (เอฟเวอร์ตัน), ริโอ เฟอร์ดินานด์ (แมนฯยูไนเต็ด), จอห์น เทอร์รี (เชลซี), แมตธิว อัพสัน (เบอร์มิงแฮม), เจมี คาร์ราเกอร์ (ลิเวอร์พูล), เลดลีย์ คิง (สเปอร์ส), แอชลีย์ โคล (เชลซี), เลย์ตัน เบนส์ (เอฟเวอร์ตัน)
กลางกลาง – สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล), แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี), ไมเคิล คาร์ริก (แมนฯยูไนเต็ด), ทอม ฮัดเดอร์สตัน (สเปอร์ส), เจมส์ มิลเนอร์ (แอสตัน วิลล่า), ธีโอ วัลค็อตต์(อาร์เซน่อล), แอรอน เลนนอน (สเปอร์ส), ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ (แมนฯซิตี้), โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ (แมนฯยูไนเต็ด), อดัม จอห์นสัน (แมนฯซิตี้), สจ๊วร์ต ดาวนิง (แอสตัน วิลล่า)
กองหน้า -  เอมิล เฮสกีย์ (แอสตัน วิลล่า), เวย์น รูนีย์ (แมนฯยูไนเต็ด), เจอร์เมน เดโฟ (สเปอร์ส), ปีเตอร์ เคราช์ (สเปอร์ส), คาร์ลตัน โคล (เวสต์แฮม), และสุดท้าย ดาร์เรน เบนท์ (ซันเดอร์แลนด์) หรือ บ็อบบี ซาโมรา (ฟูแล่ม) รอดูว่าซาโมร่าจะหายจากบาดเจ็บหรือไม่

 

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.

Comments are closed.